สถาบันการขนส่ง จุฬาฯ จัดสัมมนาวิชาการ “Walking Cities: Why Walking Matters for the Future of Urban Life” ชี้บทบาทการเดินเท้าต่ออนาคตเมือง สุขภาพ และความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ “Walking Cities: Why Walking Matters for the Future of Urban Life” ณ Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของการเดินเท้าในฐานะองค์ประกอบสำคัญของระบบคมนาคมเมือง และเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นธรรม และความยั่งยืนของเมือง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3 และ SDG 11

ปาฐกถาพิเศษ – เมืองที่เดินได้ในมิติความเป็นธรรมและประสบการณ์ชีวิต
การสัมมนาเริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษโดย รองศาสตราจารย์ ดร. Daniel Oviedo
อาจารย์และนักวิจัยจาก University College London และผู้ก่อตั้ง The Walking Cities Lab ซึ่งนำเสนอกรอบแนวคิดเกี่ยวกับ “เมืองที่ไม่เอื้อต่อการเดิน” โดยอธิบายว่าการวางแผนคมนาคมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มักให้ความสำคัญกับยานยนต์เป็นหลัก ขณะที่การเดินเท้า ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางพื้นฐานของประชาชนจำนวนมาก กลับถูกมองข้ามในเชิงนโยบาย

ดร. Oviedo เน้นว่าการพัฒนาเมืองที่เดินได้จำเป็นต้องมองไกลกว่าการออกแบบทางเท้า และต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงของผู้ใช้เมือง ทั้งด้านความปลอดภัย เวลา การเข้าถึงบริการ และความเปราะบางของกลุ่มประชากรต่าง ๆ พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาจากเมืองในลาตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งแสดงให้เห็นบทบาทของการร่วมผลิตองค์ความรู้กับชุมชนในการเปลี่ยนข้อมูลเชิงประสบการณ์ให้กลายเป็นฐานสำหรับการกำหนดนโยบายและการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

เวทีเสวนา – การเดิน เมือง และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม
ช่วงเสวนาได้รวบรวมมุมมองจากนักวิชาการสหสาขา เพื่อเชื่อมโยงประเด็นการเดินเท้ากับโครงสร้างเมือง สิ่งแวดล้อม และสุขภาพประชาชน
รองศาสตราจารย์ ดร. นิรมล ศรีสกุล
ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC-CEUS) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นำเสนอภาพรวมด้านโครงสร้างกายภาพของเมืองและการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการพัฒนาเมืองที่เน้นรถยนต์เป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้พื้นที่สำหรับการเดินเท้าขาดความต่อเนื่อง ไม่ปลอดภัย และไม่รองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ทั้งยังเน้นความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมเมืองกับการออกแบบเชิงระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพพื้นที่เดินในระยะยาว
รองศาสตราจารย์ ดร. Daniel Oviedo
ได้ขยายประเด็นการเชื่อมโยงการเดินเท้ากับระบบขนส่งสาธารณะและ shared mobility โดยเสนอให้มองการเดินเป็นแกนหลักของระบบการเดินทางแบบบูรณาการ ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเสริม พร้อมชี้ว่าการออกแบบนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการเดินจะช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเมือง และสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ
ดร. วชราภรณ์ สุนทรศิลป์
อาจารย์และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน (SERI) จุฬาฯ ได้นำเสนอประเด็นผลกระทบของสภาพแวดล้อมการเดินต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่างคุณภาพทางเดินเท้า มลพิษทางอากาศ และความเสี่ยงด้านสุขภาพในเมืองใหญ่ของไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองที่ไม่เอื้อต่อการเดินสร้างต้นทุนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่มักไม่ถูกสะท้อนในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
คุณ Chloe Pottinger-Glass
นักวิจัยจาก Stockholm Environment Institute ได้นำเสนอกรอบคิดด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมทางสังคม โดยเน้นว่าการลงทุนด้าน walkability เป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างโอกาสในการเข้าถึงเมืองอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่าการเดินเท้าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทสรุปและทิศทางในอนาคต
ช่วงถาม-ตอบได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากภาควิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไป ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายของการพัฒนาเมืองที่เดินได้ในบริบทประเทศไทย โดยมีข้อสรุปร่วมกันว่า การยกระดับคุณภาพเมืองจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการงานวิจัย ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นระบบ
การสัมมนาครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเป็นเวทีทางวิชาการสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Smart Mobility และ Sustainable Urban Development พร้อมทั้งช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการเดินเท้าในกระบวนการพัฒนาเมืองที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นธรรม และความยั่งยืน






